Wednesday, March 16, 2011

ค้นหา เส้นโค้งสวยสมบูรณ์


อีกเป้าหมายของการเป็นชีวิตที่มีตา

Seek for perfect curve

ค้นหาเส้นโค้งสวยสัมบูรณ์

ไม่มีเสียงกีตาร์เกะกะ

ไม่มีเส้นผมตกปรกมาบัง

ไม่มีดอกไม้แห้งโรยก่อนเวลา

-- และมีชีวิต อยู่ในเส้นโค้งนั้น

วันศุกร์

เฉพาะวันศุกร์

จึงได้นั่งที่นั่งดีในห้องโถงกว้าง

-- สำหรับฉัน

วันศุกร์เป็นสถานที่ มิใช่เวลา

-- นั่งอยู่ในห้องโถงหลังคาสูง

ฉันเป็นตัวของตัวเองมากกว่าห้องเล็ก

-- นั่งเก้าอี้ โซฟา ลายจุด

ฉันเป็นตัวเองมากกว่าเก้าอี้ไม้เรียบๆ

-- ภายใต้แสงแดดส่องเฉียง ตกกระทบ

นั่นเป็นแสงที่ทำให้ฉันเป็นฉันมากขึ้น

-- และหากได้คิดถึงเธอ

มันอธิบายตัวฉันได้ดีที่สุด

เต้นรำยักย้ายไปพร้อมกับยิ้ม



มองดูตอไม้ของต้นไม้เพิ่งโดนตัด

เศษขี้เลื่อย เหมือนเลือดสาดกระจาย

ยังคงอยู่ไม่ไปไหน

ไม่ซึมซับสลาย

ไม่จางหายไปในเวลา

-- ยังจำได้ถึงสีเขียว แดง

ขยับส่ายไหว ในอารมณ์เต้นรำยักย้าย

อดยิ้มไม่ได้เมื่อมองมัน

-- วันนี้ลมพัดแรง

ไม่มีต้นไม้ที่เดิมต้นเดิม

ฉันเกือบปลิวไป

ไปในความทรงจำกับต้นไม้

คราวนี้ฉันจะเต้นรำยักย้าย

ไปพร้อมกับยิ้ม

ด้วยตาที่มองต่าง

ทางเดิมที่เดิน ต่างไปได้

ด้วยตาที่มองต่าง

-- วันนี้มีตาเป็นกล้องถ่ายภาพ

เห็นโค้ง เห็นขอบ เห็นภาพฉาย

รูปรอยเงา เป็นเรื่องราวจากเส้นสวย

-- วานนี้มีตาเป็นตากวี

มองนิดหน่อยก็เห็นเหลือจะนับ

มองทะลุ มองซ้อนทับ มองตีลังกา

จากเพียงกิ่งไม้เดียว ดาด คาดฟ้า ฟ้า

-- สิ่งที่เราเห็นรับเข้ามา

หรือเกิดใหม่ในใจเราที่สร้างขึ้น

แล้วก็เปลี่ยนเราไป

-- ผมยิ้มด้วยการมองดอกไม้

ผมร้องไห้ด้วยการเขียนบทกวี

-- แล้วผมดมดอกไม้ด้วยอะไร

แล้วผมเขียนบทกวีด้วยอะไร..

หยดน้ำปลายกิ่ง


ฝนขาดเม็ด

หยดน้ำปรากฏทุกปลายกิ่ง

-- เพ่งมอง เพราะ

ถ้าฉันพลาดที่จะมองมัน

มิใช่แค่ต้องรอฝนตกครั้งต่อไป

แต่ต้องรอทั้งชีวิต

เมื่อมันจะไม่เกิดขึ้นเหมือนเดิมอีกเลย

คนทุกคนในโลกล้วนเป็นลูก

ร้อยเพลง หมื่นการร้องของแม่กล่อม

มันไม่ได้จางหายไปไหน

ทุกเสียงทุกพยางค์ มันสร้างจิตความคิดใจ

ของลูก ให้เข้มข้นเป็นคนมา

-- เลือดในอกทุกหยด แสนหยด ล้านหยาด

ที่ลูกได้กินอิ่มไม่ไปไหน

ทุกหยดนั้น สร้างเลือด สร้างเนื้อ ชีวิตลูก

-- ที่เดินไปมาเป็นคน คือเลือดในอกแม่

ที่พูดจาอยู่ทุกคำของคน คือเสียงเพลงของแม่

-- คนในโลกทั้งหมดล้วนเป็นลูก

โลกนี้เป็นโลกของ ลูกของแม่ทั้งนั้น

-- หกพันล้านคน ลูกของแม่เดินไปมา

ผมเห็นเลือดในอกแม่รวมกัน

ผมได้ยินเสียงเพลงของทุกแม่รวมกัน

เห็นชัดเจนว่า พระคุณแม่นั้นยิ่งใหญ่แค่ไหน

ระบำปลายเท้า

มองจากห้องกระจกแสนสี

ที่หักเหมาจากเพียงหนึ่งแสง

.. มองออกมาข้างนอกที่โลกนิ่ง

แค่เห็นปลายเท้า ก็รู้ว่าเธอรักระบำ

ดอกไม้ฤดูหนาว


เรานั่งห่าง ห่างกันในที่ต่าง

เธอนั่งในห้องโถงที่กระจกกลืนแสง

แล้วร้องเพลงเป็นสีต่างๆ

ฉันนั่งข้างนอก ใกล้สนาม สวนดอกไม้

ฟังดอกไม้คุยกับลม

-- เราต่างคุยกันด้วยการนั่งนิ่ง

และผูกโยงกันด้วยความต่าง

ร้องเพลงประสานกันด้วยความเหมือน

.. เงียบๆ

เหมือนดอกไม้ฤดูหนาว

โยกไกวเบาๆ


ใบสนโยกเบาๆ ทุกใบ

ทุกหนึ่งใบ ในแสนใบของทั้งต้น

ทุกหนึ่งต้น ของทั้งร้อยต้นแถวสน

บนร้อยพันแถวสน รวมเป็นป่าสน

-- ไม่ต้องมีใครจับจ้องดูก็โยกไกว

ไม่ต้องมีใครมารับรู้

ไม่ต้องมีใครมารัก

-- โยกไกวเบาๆ

มีชีวิต

กลุ่มด้ายไหมพรม


ตัวตนของฉันบางลง

เหมือนกลุ่มด้ายไหมพรม

ที่มีด้านหนึ่งผูกติดอยู่กับเธอ

ยิ่งเดินทางไกลห่าง

กลุ่มด้ายไหมพรมยิ่งเล็กลง

เส้นใยตามระยะทางคือตัวตนปรากฏ

ตามระยะทาง และคือตัวตนที่บางลง

ตรงปลายทางที่ฉันนี่

-- มีแต่การโบยบินกลับไปใกล้เธอ

ที่ทำให้ฉันเต็มฉันได้อย่างเดิม

ผีเสื้อกลางวัน


-- เหงา หลง

เหมือนผีเสื้อในโลกที่ไม่มีดอกไม้

-- ฉันเป็นผีเสื้อกลางวัน

แต่ฉันไม่รู้ว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ เวลานี้

ในกลางคืนที่มืด เงียบ เย็น

-- หลง อ่อนแรง

เหว่ว้า หนาวเย็น

..แต่พระจันทร์สวยเหลือเกิน

จมูกที่ดมดอกไม้มามาก


จมูกที่ดมดอกไม้มามาก

ย่อมมีกลิ่นดอกไม้ติดอยู่

และจมูกนั้นก็หอมเหมือนกับดอกไม้

-- เช่นเดียวกับคนที่อ่านบทกวีมามาก

เราสามารถดมบทกวีจากจมูกคนที่อ่านมามากได้

move on

Move on

ยังมีคนมากมายให้ พบ พูดคุย

ยังมีที่มากมายให้ไปเยี่ยม เยือน

ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้กระทำ

-- ให้รักอยู่ในความคิดถึง

ให้เหนื่อยอยู่ในความทรงจำ

ให้พลังอยู่ในรัก

-- ร่าเริงโลก Move on!

หัวใจเต้น


-- หัวใจของเมื่อวานมาเต้นวันนี้ในอก

ความทรงจำเล่นตลก

-- ความรัก เหมือนมีใจสองดวงมาเต้นในอกเดียว

อกจะระเบิด

.. พรุ่งนี้จะเป็นเช่นไร

โลกกับดวงอาทิตย์


-- โลกกับดวงอาทิตย์

ไม่ต้องอยู่ใกล้ชิดแตะต้อง

ก็ส่งอิทธิพลถึงกัน

-- ห่างจากเดิมเพียงนิด

ก็ก่อเกิดฤดูหนาว

-- ช่างคล้ายกับเรา

ระยะห่าง และความคิดถึง

.. ฉันนั่ง อยู่ที่ฤดูหนาวในใจ

จุดเลี้ยว


-- วิ่งๆอยู่บนทางประจำ

แล้วฉันก็เลี้ยว

ตรงที่ใบไม้นั้น อยู่ตรงพื้นตรงนั้น

-- มีใบไม้เกลื่อนลานหญ้า

แต่ทำไมต้องใบนั้น..

-- ฉันไม่รู้

ไม่สำคัญที่ใบไม้หรอก

สำคัญที่การเลี้ยว

โดยสัมพัทธ


โลกก็หมุน

เมฆก็เคลื่อน

เลยไม่รู้ว่า อะไรไปจากอะไร

ท่ารถ


..ท่ารถ ทำไมผูกจำท่ารถ

มันไม่น่าจำได้

เพราะใจเรามักไปอยู่ปลายทาง

แต่ภาพท่ารถผ่นเข้ามาในห้วงคิดเสมอ

เวลาฉันทุกข์ใจ

-- มันเป็นเวลาและอารมณ์

ของการไปพ้น

ของการนึกถึงสิ่งหวัง

ของความแน่นอน ที่ปลายทาง

-- วันนี้ท่ารถใหญ่มาก

คำรัก เป็นกล่อง

คำรักส่งให้เธอ

มันมิใช่เป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง เช่นดอกไม้

แต่มันเป็นกล่อง

ที่บรรจุไว้ด้วย

อารมณ์ขัน วันเวลา

ความอบอุ่น

อดีตช้ำน้ำตา

ความคาดหวังอนาคต

-- ฉันขอมอบกล่องใบนี้ให้เธอ.

น้ำตาของสองวันถัดมา

น้ำตามีหลายอย่าง

มีน้ำตาอย่างหนึ่งที่มันไม่ไหลออกมา

-- มันเป็นน้ำตาของสองวันถัดมา

หลังจากความทุกข์หนักโจมตีหัวใจ

-- อย่างเงียบงัน

มันซึมซับไปทั่วทุกอณูหัวใจและร่างกาย

-- เริ่มจากไม่รับรู้เวลา ไม่รับรู้โลก

สูญเสียอารมณ์ขัน สูญเสียความมั่นใจในตน

ไม่รู้ร้อนหนาว ไม่หิว ไม่ง่วง

จนเริ่มสูญเสียการรับรู้ความเจ็บปวด

-- เจ็บปวดเหมือนกัน

แต่ ชา ชา เหมือนไม่ได้เจ็บปวด

นี่เป็นความเจ็บปวดมากกว่าหัวใจเจ็บปวด

แต่เป็นความปวดลึกถึงระดับวิญญาณ

.. น้ำตาวิญญาณไหลพราก พราก

เดินตามทาง ทางเดินตาม

เที่ยวทางอย่างระวัง

ไม่ว่าคุณจะไปทางไหน

ทางที่คุณเคยเดินผ่าน จะตามคุณไป

-- จะดีกว่า จะแย่ลง

ก็แล้วแต่คุณจะกลับไป เดินทางเดิม

ในอีกมิติอย่างไร

ในวินาทีถัดมา

-- มีอารมณ์ขันอยู่มากมายเต็มไปหมด

คนที่ร้องไห้

คือคนที่พร้อมจะยิ้ม หัวเราะ

ในวินาทีถัดมา

-- ความทุกข์ ถึงที่สุดแล้ว

ก็เป็นเพียงอาหารให้อารมณ์ขันกลืนกิน

-- หัวเราะออกมา

.. ที่สุดแห่งความทุกข์

ก็มีค่าแค่น่าขัน อยู่ตรงนั้นเอง

ณ ที่ซึ่งผู้คนหอม

-- ณ ที่ซึ่งผู้คนหอม

ฉันจะเป็นอะไรไปได้ นอกจาก

จมูกอันโตเดินได้

-- ณ ที่ซึ่งผู้คนสวยงาม

ฉันจะเป็นอะไรไปได้ นอกจาก

รอยยิ้มที่เดินไปมา

-- ณ ที่ซึ่งผู้คนเปี่ยมด้วยรัก

ฉันจะเป็นอะไรไปได้ นอกจาก

หัวใจ ที่ห่อหุ้มไปด้วยร่างกาย

.. และรัก ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้น

โบกมือ จากอีกฝั่งฟากของความฝัน

เธอบอกว่า .. เหมือนตื่นขึ้นจากฝันอันหวาน

มาสู่ความจริง ที่ขมขื่น เจ็บร้าว

ฉันมิอาจหยั่งรู้ ความเจ็บปวดอันนั้นหรอก

ฉันเพียงได้แต่โบกมือให้เธอ

มาจากอีกฝั่งฟากของความฝัน

-- เจ็บปวดด้วย ที่เห็นเธอเจ็บปวด

คิด.. แต่เมื่อไรกันเล่า

เธอจะตื่นจากความเป็นจริง

ปีกหนักความสวยงาม


ผีเสื้อบิน ตะกุกตะกัก

ปีกเจ้าหนัก เมื่อเทียบกับการบิน

-- ปีกนกไม่สวยเทียมปีกผีเสื้อ

แต่หากตกใจ บินไปสิบเมตร

-- ความสวยงามก็เป็นภาระที่ต้องแบก

ต้นกัลปพฤกษ์ คราไม่มีดอก


ต้นกัลปพฤกษ์

คราไม่มีดอก ใครจะยังจำเจ้าได้

คงเห็นเป็นแค่ต้นไม้อีกต้นนึง

-- ฉันมองแค่ต้นไม้เขียว เป็น ดอกขาวพราวเต็มต้น

ทั้งๆที่ยังไม่มี

..เช่นนี้ ตื้นเขินไปหรือไม่

-- ที่ฉันควรมองเห็น

คือชีวิต และศักยภาพ ในการเบ่งบาน

มากกว่า มิใช่หรือ

เงาไม้โลดเต้นบนลานอิฐ


เงาไม้โลดเต้นบนลานอิฐ

ไม่มีใครจดจำ ความสวยงามอันนั้น

-- Remember the happening

not the happened.

จากปลายปีกหนึ่งถึงอีกปลายปีกหนึ่ง

ฝนตกใส่โลก โลกเปียก

แต่ข้าไม่เปียก

โลกคืออันใด

โลกที่เปียก ขณะข้าแห้ง

เหมือนไม่ใช่โลกของข้า

โลกของข้าเหมือนมีเพียง

จากปลายปีกหนึ่งถึงอีกปลายปีกหนึ่ง

.. แค่นั้น

-- แล้วข้าก็พาโลกของข้าไป

ไปในโลกที่เปียก เพื่อเปียก

เผลอแผล็บเดียว ดอกไม้ก็บาน


หน้าร้อนนี้ ฝนตกดี

ดอกไม้บานจนหนักกิ่ง

ทำให้พุ่มค้อมโค้งลง

แล้วดอกไม้ก็โรยร่วง

กิ่งหยัดขึ้นมาใหม่

ต้นไม้เรียนรู้จากบทเรียน

-- เผลอแผล็บเดียว

ดอกไม้ก็บานอีก

ฉันไปสนใจอะไรอยู่นะ

เรื่องบังเอิญ ใบไม้ แมงมุม

มันเป็นเรื่องบังเอิญ

ที่ใบไม้สองใบ ชนกันกลางอากาศ

ตอนกำลังร่วงลงสู่พื้น

-- มันเป็นเรื่องไม่สำคัญด้วย

แต่มันสวยงาม

สวยงามในความบังเอิญ

แล้วใบไม้ที่ชนกันกลางอากาศ ก็ร่วงลงพื้น

-- แมงมุม เดินขึ้นมาบนใบไม้

อย่างบังเอิญ

อาจบังเอิญเป็นแมงมุมตัวเดิม

ที่เคยเห็น ที่เคยชักใย

แล้วคนก็ทำลายใยของมันไป

.. อย่างไม่บังเอิญ

หน้าร้อนตอนกลางคืน

หน้าร้อน มิใช่มีเพียงตอนที่ร้อน

หน้าร้อนก็มีตอนที่มันเย็น

เป็นหน้าร้อนตอนกลางคืน

ที่ไม่หาก็ไม่เห็น

ทำหาย เพื่อจะได้ค้นหา


บางที

เราต้องทำอะไรหายบ้าง

เพื่อที่เราจะได้ค้นหา

-- และเพื่อจะได้เจอ สิ่งที่ไม่ได้หา

ไม่รู้ว่ามันหายด้วยซ้ำ

ขอบใจผู้หญิงเสื้อสีน้ำทะเล

ผู้หญิงในเสื้อสีน้ำทะเล

เวลาห้าโมงยี่สิบห้า

-- ขอบใจเธอ

ที่นำความรู้สึกทั้งมวล

ของทะเลมาให้ฉัน

อะไรฉาย


อยู่ใต้พระจันทร์ดวงเดียว

แต่เงาไม้มีสองเงา

..อะไรฉาย

จำด้วยลมหายใจ

ฉันจำด้วยลมหายใจ มิใช่สมอง

อากาศร้อนชื้น จึงนำบ้านมาสู่ฉัน

ฉันอยู่ในความคำนึง มิใช่โลกจริง

เช่นนี้

จึงเหมือนฉันอยู่กับเธอ ตลอดเวลา

ฉีกการนอนหลับออกเป็นชิ้นๆ

ความคิดถึงของคน

ความฝันของผี

นอนอยู่ระดับเดียวกับรองเท้า

ฉีกการนอนออกเป็นชิ้นๆ

เอาจินตนาการของคุณมาถมเต็ม

เงาของกลิ่น


ดอกจำปีฝรั่ง Dwarf Magnolia เบ่งบาน

ส่งกลิ่นหอมย้อมบรรยากาศ

อบอวลอยู่ทุกอณูอากาศหายใจ

-- หนาแน่นจนเกิดร่มเงา

ร่มเงาของกลิ่น

ฉันไปหลบแดดอยู่ในร่มเงานั้น

รักด้วยใจที่ถูกลืมไปแล้ว

หูที่ฟังเพลงมามาก

เพลงดังอยู่ในหู เราได้ยินตลอด

ตามองเห็นรักมามาก

รักก็อยู่ในตา หลับตาเห็น

ใจเก็บความคิดถึงมานาน

มันก็กลายเป็นความคิดถึงไป

ไม่รู้แล้ว อะไรใจ อะไรความคิดถึง

-- แต่ใจที่ถูกลืมไปแล้ว

มันจะมีพลังเหลือสักเท่าไร

ฝันร้าย


ฝันร้าย

ฉันวิ่งไล่ยิงฉันในซอยแคบ

ฉันที่วิ่งหนีสะดุดล้มลง

ฉันที่วิ่งตาม ยืนคร่อมเหนี่ยวไกยิง

-- คนที่ตายกลับเป็นคนที่เหนี่ยวไก

คนที่วิ่งหนี หยิบปืนมาวิ่งไล่

ยิงฉันอีกคนที่แอบดูอยู่มุมตึก

เวลาตีสอง ออกมามองโลกภายนอก

เวลาตีสอง

ออกมามองโลกภายนอก

วันนี้มีพระจันทร์

โลกพลันสว่างกระจ่าง

กว่าทุกๆวัน

-- คำถามมากมายเกิดขึ้นในใจ

ต่อหน้าพระจันทร์

พระจันทร์สว่างขึ้นจริงไหม

เพราะฉันคิดถึงใครหรือเปล่า

เพราะรักไม่เป็นไปดังใจหวัง หรือไร

-- โลกสว่างมากขึ้น

หรือเพราะฉันมืดหม่นลง

เพียงเพิ่มเวลานิ่งเงียบ ให้นานอีกเพียงนิด



เพียงเพิ่มเวลานิ่งเงียบ

ให้นานเพิ่มอีกนิด

-- ประกายตาก็เปล่ง

น้ำตาก็เอ่อไหล

บีบคั้นหัวใจในรักนั้น

.. เพียงเพิ่มเวลา ให้นานอีกเพียงนิด

เมื่อต้นไม้ต้นหนึ่งหายไป

เมื่อต้นไม้ต้นหนึ่งหายไป

มันไม่ได้จากหายไปแค่ พื้นที่ เวลา

มันหายไปจากความคุ้นเคยด้วย

และความทรงจำมีแต่จะเลือนลางลง

-- คิดถึงต้นไม้

คิดถึงความคุ้นเคย

และคิดถึงความทรงจำ ที่มีต่อต้นไม้

-- ฉันจะทำอย่างไรได้

ช่วยฉันด้วย

โลกนี้มีต้นไม้มากเหลือเกิน

-- ชีวิตที่เหลือ จะทำอย่างไร

ดาวดอกไม้


แรงดึงดูดของโลก

ทำให้ฉันยืนบนพื้นได้

-- แต่หากเลือกได้

อยากเว้นแรงดึงดูดไว้บางเรื่อง

-- เก็บดอกไม้ ใส่ตะกร้า โยนขึ้นฟ้า

แล้วให้มันแขวนลอยอยู่อย่างนั้น

.. เป็นดาวดอกไม้

หันหลังกลับ ไม่ดูรุ้ง

..ฟ้าหม่น

เห็นตาเธอก็รู้ว่าฝนตก

แสงสีทองสาดเฉียง

หันหลังให้ดวงตะวัน

แล้วหันหลังกลับ

..ไม่ดูรุ้ง

ฉันร้องไห้ด้วยน้ำตาเดียวกับเธอ


แสงเงาสร้างภาพที่เดิม

เงาฉายซ้ำ

แต่เวลาไม่เคยหยุดนิ่งซ้ำเดิม

-- เศร้าโศก

ฉันร้องไห้ด้วยน้ำตาเดียวกับเธอ

อยู่นิ่ง หายใจเบาๆ

เปลี่ยนอยู่ทุกขณะจิต

เมื่อนั่งที่เดิมอยู่ทุกบ่อย

ภาพเห็นก็พิมพ์ตา

ใบไม้ใหม่ งอกมาใบเราก็รู้

ดาวเคลื่อนไปนิดเราก็รู้

แต่ว่ามันเป็นดาวดวงเดิมหรือไม่

-- เพราะสิ่งที่สะท้อนมาจากดาว

คือฉันที่เปลี่ยนมุมไป

เปลี่ยนอยู่ทุกขณะจิต

ช่างกระไร ..เหลี่ยมมุม

ต้นไม้ต้นเดียว

มีเหลี่ยมมุมให้จิตรกรวาดภาพได้

ไม่รู้จักหมดสิ้น จนกว่าเขาจะสิ้นใจไปเอง

-- นี่เรามีโลกทั้งโลก

ช่างกระไร

สะท้านสั่นไหว ไปทั้งวัน



มีดอกไม้ใหม่เสมอ

ในฤดูใบไม้ผลิ

- เมื่อดอกไม้เบ่งบาน

คนจะมิบานได้อย่างไร

- เมื่อสนามเปลี่ยนแปลง

คนจะตั้งนิ่งได้อย่างไร

-- เพียงกลีบดอกไม้หนึ่งร่วงใส่

ก็สะท้านสั่นไหว ไปทั้งวัน

เปลี่ยนยิ้มไปทีละน้อย เป็นร้อยยิ้ม


เธอเปลี่ยนไป

ด้วยการเปลี่ยนยิ้มไปทีละน้อย

..เป็นร้อยยิ้ม

-- ฉันนั่งดูอยู่ตรงหน้านี้

จะไม่เขียนบทกวีได้อย่างไร

เธอวาดอารมณ์เธอเอง

ผู้หญิงผมยาว ยืนมองโลกภายนอก

ผ่านกรอบหน้าต่าง

ฉันมองกลับไป โลกภายในกรอบหน้าต่าง

เหมือนเธอเป็นภาพเขียนในกรอบรูป

นิ่ง สงบ สวยงาม

แต่เต็มไปด้วยเรื่องราว

-- จิตรกรยังต้องใช้มือวาด

เพียงแต่เธอวาดอารมณ์ตัวเอง

นักดนตรีโน๊ตเดียว

นักดนตรีเหงื่อตก

บรรเลงเพลงอยู่เพียงตัวโน๊ตเดียว

เครื่องดนตรีคือ ฆ้อน ทั่ง และเหล็กร้อน

-- ไพเราะ แรงงาน

เป้ง เป้ง เป้ง

รับรู้ลม


รับรู้ลม

เอาหน้าผากแตะกิ่งไม้ของต้นไม้

รับรู้ลมที่พัดผ่านดอกไม้

จากที่ดอกไม้มันบอก

-- ปลายจมูกชี้ชัน

ลมพัดปอยผมปลิวไหว

ท่ายืนเธอ กอดอก

เช่นนี้ ไม่ต้องแตะต้อง

.. ฉันก็รับรู้ลม

เพราะเรารักทะเล


เธอมิได้มีหน้ามีตากวี

แต่เธอหยุดตากวีไว้ที่เธอได้

กวีเห็นโลก

จากวิธีที่เธอมองโลก

และเงาสะท้อนจากโลกสู่ตาเธอ

กลับส่องสะท้อนความเป็นเธอ

-- แหล่งน้ำมีเพียงน้ำน้อยๆ

เราก็มองเห็นเป็นทะเลสาบได้

เพราะเรารักทะเล มหาสมุทร

ฝน ปน ฝัน

เหมือนฝน แต่ไม่ใช่ฝน

เม็ดน้ำมันช้า มันละเอียดโรยละออง

มันไม่ชัดแต่ใช่

ทำให้ที่มืด สว่างเรืองด้วยแสงสะท้อนน้ำฟ้า

-- เหมือนฝนแต่ไม่ใช่ฝน

มันป็นฝัน

มันเป็นฝนปนฝัน และมันปันฝน

กลิ่นดอกไม้แปลกหน้า


หายใจกลิ่นดอกไม้แปลกหน้า

นานา สารพัดดอกสารพัดสี

-- เมื่อคุณแปลกหน้าต่อกลิ่นดอกไม้

มากๆเข้า

คุณก็จะแปลกหน้าต่อคน ใครๆ

จนถึงระดับหนึ่ง

คุณจะแปลกหน้าต่อตัวเอง

ลูกโป่งสามสีสามใบเต้นรำ

เริ่มงานเลี้ยง

คนผูกลูกโป่งสามสีสามใบเข้ากับกิ่งไม้

ให้สามสีเต้นรำกับลมเป็นการฉลอง

ลูกโป่งเต้นรำ

เงาของลูกโป่งบนพื้นก็เต้นรำ

ลูกโป่งเต้นรำ จนงานเลี้ยงเลิกรา ยังไม่เลิกเต้น

เงาของลูกโป่งก็ยังไม่เลิกเต้น

-- อาทิตย์หนึ่งผ่านไป

ลูกโป่งสามใบฟีบแฟบ

เงาลูกโป่งก็ยังเต้นรำ

อยู่เคียงข้างกับเงาของฉันที่เต้นรำ

ดอกหญ้าดาว

ฤดูใบไม้ผลิ

มิได้มีเพียงใบไม้ใหม่ผลิ

ดอกหญ้าเล็กๆ ผุดพราวผืนหญ้า

แต่เล็กคนเห็นเพียงจุด

มิได้ชมดูอย่างดอกไม้ใหญ่

กระทั่งเดินไปบนดอกไม้นั่น

-- ขอโทษ ที่ฉันก็เดินไปด้วย

แต่เดินบนความรู้สึกว่า

เดินไปบนผืนฟ้ามีดาวพราย

..ขอบใจดอกหญ้าดาว

กลางคืนเงียบ

กลางคืนเงียบ

เสียงความคิดถึงที่ดังลั่นอยู่ในฉัน ยิ่งดัง

คิดถึงคืนวันเก่า ที่เวลาของเราหายไปไหนสิบปี

แล้วเวลาทั้งหมดก็ย้อนกลับคืนมาในวันเดียวจากข่าวเธอ

คนเดียว บรรจุเวลาสิบปีได้ง่ายหรือไร

-- ฉันจมตัวลงในเพลงหวานของใครไม่รู้

ร้อยเพลงพันเพลง

เพื่อละลายกลายเป็นความรู้สึกอันนามธรรม

สลายตัวตนคนหนึ่งคน

กลายเป็นแค่ความรู้สึกคิดถึงกลุ่มก้อนหนึ่ง

ที่หายไปแล้วสิบปี

-- ละลายล่องลอยไปในกลางคืน

ในความทรงจำย้อนคืน

-- ละลายล่องเลื่อนไหล

ไปในคืนอันเงียบสงัด

เมื่อผิดต่อรักเช่นนี้


เมื่อผิดต่อรักเช่นนี้

ฉันยินดีเดินไปสู่โทษานุโทษ

ณ ต้นเวลาฤดูใบไม้ผลิ

-- ดอกตูมแหลมพราวทั้งต้น

ฉันจะยืนให้แหลมบรรดานั้น

แทงทะลุดวงใจ

ออกมาบานอีกข้างหนึ่ง

-- ให้เธอเห็นสวยดอกไม้ที่บาน

ผ่านออกมาจากหัวใจ

ส่วนฉันเจ็บที่ดวงใจแค่นี้

ไม่เป็นไร..

ดอกไม้แดง แดงเหลือเกิน


ที่ศาลาไม้เลื้อยเหลือง

เหลืองไปทั้งหลังคาศาลา

มีต้นไม้แดงตรงมุม

ดอกไม้แดงร่วงเกลื่อนดิน

ตกดินเปล่าดาย

-- เสียดาย

ความแดงมีเพียงให้ดินดู

ดอกไม้แดง แดงเหลือเกิน

อดทนและรอคอย


ใบไม้ใหม่ปลายกิ่ง ต้นฤดูใบไม้ผลิ

คล้ายเปลวไฟใหม่ปลายเทียน

นิดน้อย เรียวแหลม ยังไร้สีสัน

แต่ สวยงามที่การคาดหวัง รอคอย

เราหวังอย่างเต็มเปี่ยม

..ในความสว่าง และความอบอุ่น

ที่เห็นได้จากการเริ่มต้นตรงนั้น

เห็นคำมั่นสัญญา ว่าความอบอุ่นจักต้องมา

-- งดงามความหวัง

อดทนและรอคอย

รายรับทางปัญญา กำไรทางอารมณ์

การอ่านหนังสือ เป็นรายรับทางปัญญา

มีแสงส้ม อาทิตย์จะตก

อาบฉายหน้าหนังสือ

..เป็นกำไรทางอารมณ์

มองจันทร์ เผื่อจะเห็นเธอระหว่างทาง


นับจากวันนี้ไป

จากใจกันไปแล้ว

เราอาจไม่ได้พบกันอีก

-- แต่ฉันจะมองไปดวงจันทร์ อันแสนไกล

เพื่ออาจจะเห็นหน้าเธอระหว่างทาง

กำหนดชีวิต เป็นการสูญเสียเธอไปแล้ว

และจะดีใจเป็นพิเศษ เมื่อได้พบพาน

ถนนที่คุ้นเคย


ขึ้น ลง โค้งถนน

ที่ฉันรู้จักดี

-- เดินเท้า ต่างการสัมผัสจับมือ

หอบหายใจปั่นจักรยาน ต่างการทักทาย

นั่งรถเมล์ผ่านร้อยเที่ยว ต่างการยิ้มทัก

..ถนนที่คุ้นเคย

หลับตาก็รู้ว่าเราอยู่ที่ตรงไหน

หายใจทิ้งไป นาทีต่อนาที


นั่งนิ่งอยู่ ไม่มีอะไรทำ

รออยู่ เหมือนไม่มีตัวตน

หายใจทิ้งไป นาทีต่อนาที

-- การไม่ได้คิดถึงใคร

มันว่างเปล่าถึงเพียงนี้เชียวหรือ

หน้าต่างเล็กๆ


มีหน้าต่างเล็กๆ

ที่ฉันไว้ใช้มองโลก

-- เมื่อฉันปิดตัวอยู่ในห้อง

หน้าต่างเป็นทั้งโลก

และหน้าต่างเป็นทั้งฉันด้วย

ยามโลกมองฉัน

หากคำรักจะกลายเป็นคำลวง



ไม่โกรธเลย

หากคำรักจะกลาย เป็นคำลวง

คำรักคำนั้นที่ฉันเคยฟัง

มันซื่อตรง ก่อเกิดความรัก

ความรักเกิดกับใจนั้นซื่อตรงเสมอ

-- มันชัด มันใช่ มันไม่อาจเป็นอื่น

คำรักในวันเก่าจะยังคง

หล่อเลี้ยงจิตใจ ไม่อาจบิดพลิ้วได้

แม้แต่การกลายเป็นคำลวงไปในวันหนึ่ง

..ฉันยังอาศัยอยู่ในนาทีนั้น

ที่ความรักยังคงเป็นความรัก

ขนนก ลอยมาตกที่ฉันพอดี

ขนนกเส้นหนึ่ง

ลอยมาตกลงที่ฉันพอดี

-- มิได้สนใจความบังเอิญ

แต่สงสัยว่า..

มันลอยมานานแค่ไหนแล้ว

ขนนกเส้นหนึ่ง จะลอยได้นานเท่าไร

ชั่วชีวิตของการลอย พบพานอะไรบ้าง

เหนื่อยบ้างไหมในการลอย จึงตกลง

ต้องใช้กี่จิตรกร มาระบายใบไม้ทีละใบให้เปลี่ยนสี

-- ต้องใช้กี่จิตรกร

มาระบายสีใบไม้ทีละใบให้เปลี่ยนสี

เป็นสีของฤดูใบไม้ร่วง

-- ต้องใช้คนสวนกี่คน

มาปลิดใบไม้ทีละใบให้ร่วง

มาเต็มลาน

-- เพื่อที่ทุกอย่างจะเคลื่อน

เราต้องการแค่โลกใบเดียว

-- ต้องใช้กี่ผู้ดู

มามองใบไม้ผ่านแสงเรืองสว่างเห็นสวย

-- ต้องใช้กี่คน

มารับรู้โลกอย่างที่มันเป็น

-- ธรรมชาติ คือธรรมดา

ในวันที่อ้างว้าง


เราต้องไป-ผ่าน ที่ต่างๆที่ไม่ใช่เป้าหมาย

เราต้องทำอะไรที่ไร้สาระบ่อยครั้ง

เหมือนมันไร้ค่า แต่ว่า ..ไม่

-- เพื่อวันนี้มาถึง วันที่อ้างว้าง..

สิ่งที่ไม่มีค่า ไร้สาระ สิ่งที่ไม่ได้จำ

มันเหมือนเป็นดินก้อนน้อยๆ

ที่ค่อยๆสะสมเป็นทำนบ

กั้นน้ำตาเราไม่ให้ไหล

..ในวันนี้ที่อ้างว้าง เหลือเกิน

คุณมิอาจไม่เป็นศิลปินไป


ยืนใต้ต้นไม้ ใบหลายสีที่สวย

คุณมิอาจไม่เป็นศิลปินไป

..อย่างใดอย่างหนึ่ง

-- เป็นจิตรกรวาดภาพระบายต้นไม้สีสุกลุกโพลง

เป็นกวีเขียนบรรยายงามทะลุล้นหน้ากระดาษ

หรือเป็นคนกินข้าวห่อ เอร็ดอร่อย ใต้ต้นไม้นั้น

ปฏิมากร ปฏิมากรรม

ใช้ชีวิตช้า ช้า

ยืนนิ่งนิ่ง หายใจยาว ยาว

ฟังเพลงเย็นๆ

-- เราเป็นปฏิมากร ปั้นแต่งโลกในสมองของเรา

ปาดทิ้ง แปะเสริม เหมือนงานปฏิมากรรม

ด้วยการผ่านโลก จำบางเรื่อง ลืมทิ้งบางเรื่อง

-- จะเป็นงานศิลปะ หรือขยะอีกชิ้น

ก็แล้วแต่เรา และทุกนาทีที่ผ่านไป

ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์

ฤดูเปลี่ยน

.. ใบไม้เปลี่ยนสี

ไล่ระดับ เขียวเข้ม ส้มสว่าง จนแดงแห้ง

.. ต้นไม้เปลี่ยนสี

มวลใบไม้ ในบางรูปทรงที่สีส้ม

เหมือนเปลวไฟพวยพุ่ง

.. ถนนเปลี่ยนไป

ด้วยต้นไม้ต่างสี ต่างทรง

แต้มสีให้ถนน

-- ฉันยืนนิ่ง และเปลี่ยนแปลงในการนิ่ง

บนถนน ในต้นไม้ บนใบไม้

ความเปลี่ยนแปลงเป็นนิรันดร์

-- ก็เท่ากับว่า ความเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเปลี่ยน

ความไม่เปลี่ยนแปลงก็เป็นนิรันดร์

เส้นผมเส้นเดียว

เส้นผมเส้นดียว

ตกมาเข้าตานายขมังธนู

อาจทำให้ลูกธนูพลาดเป้า

และถ้าเป้าเป็นนายทัพฝ่ายศัตรู

และถ้าการรบกำลังเพลี่ยงพล้ำ

และถ้าเดิมพันคือชาติพันธุ์บ้านเมือง

- เรื่องของเส้นผมเส้นเดียว

แบบบางเกินกว่าจะเป็นดอกไม้

ดอกไม้บางดอก..

แบบบางเกินกว่าจะเป็นดอกไม้

-- บางทีนะ

คืนนี้ที่หนาว หากเจ้าผ่านไปได้

เจ้าจะกลายเป็นผีเสื้อ

โบยบินไปในตอนรุ่งเช้า

ความโหดร้ายที่แสนหวาน

ช่างไม่ยุติธรรมเลยชีวิต

เมื่อชีวิตให้ความเข้าใจในความรัก

ก็เมื่อใกล้กลางคน

แต่ให้ความสามารถที่จะรักได้

ตั้งแต่เริ่มวัยรุ่น

-- หรือตั้งใจให้ทุกหัวใจ

มีบทเรียนรักไปจนวันสิ้นชีวิต

ชีวิตช่างโหดร้ายเสียจริง

.. แต่กับฉัน

ช่างเป็นความโหดร้ายที่แสนหวาน

ความโหดร้ายที่แสนหวาน

ช่างไม่ยุติธรรมเลยชีวิต

เมื่อชีวิตให้ความเข้าใจในความรัก

ก็เมื่อใกล้กลางคน

แต่ให้ความสามารถที่จะรักได้

ตั้งแต่เริ่มวัยรุ่น

-- หรือตั้งใจให้ทุกหัวใจ

มีบทเรียนรักไปจนวันสิ้นชีวิต

ชีวิตช่างโหดร้ายเสียจริง

.. แต่กับฉัน

ช่างเป็นความโหดร้ายที่แสนหวาน

ไม่เห็นไม่ใช่ไม่มอง


เรายังมองอยู่

แม้ตอนปิดเปลือกตาลง

ไม่เห็นไม่ใช่ไม่มอง

.. มันมีการมอง

และมันมีการมอง เห็น

แล้วมันมีการมอง ไม่เห็น

คิดถึงผัดซีอิ๊วที่ไม่อร่อย

คิดถึงผัดซีอิ๊วที่ไม่อร่อย

ทำไมไม่รู้ ทำไมไม่คิดถึงผัดซีอิ๊วที่อร่อย

แต่ในโมงยามที่แล้งไร้นี้

-- มีน้อยนั้นต่างจากไม่มี มากนัก

หนึ่งมีน้อย ก็ยังมีหนึ่ง

หนึ่งห่างจากศูนย์ หนึ่งหน่วย

หนึ่งห่างจากสอง ก็หนึ่งหน่วย

..แต่เป็นหนึ่งหน่วย

ที่ไม่เท่ากัน

ยืนขึ้น ชี้นิ้วไปยังสิ่งที่คุณกลัวที่สุด

ยืนขึ้น..

ชี้นิ้วไปยังสิ่งที่คุณกลัวมากที่สุด

ไม่ต้องปิดตา

-- สิ่งต่างๆมีเหตุผลให้เป็นไป

และมันมีเหตุผล ที่มันจะไม่มีเหตุผลด้วย

-- บอกให้ฉันฟังสิ

ฉันอาจไม่ได้ตอบคำถามของเธอ

แต่เธอจะได้ฟังคำถามอีกครั้งหนึ่ง

เธอจะรู้คำถามดีขึ้น

-- และการรู้ว่าธอยังมีชีวิต

และสามารถถามคำถาม

นั่นคือคำตอบ มากกว่าครึ่งของคำถามแล้ว

มีดอกไม้มีค่า แต่ไม่กล้าให้ใคร

มีดอกไม้มีค่า แต่ไม่กล้าให้ใคร

ดอกไม้สูงค่าไป

หรือหัวใจเราไร้ค่า

..ไม่กล้าเดินออกมาจากความฝัน

ก็เท่านั้น ก็หมดกันแค่นั้นเอง

ความฝันมาตามทันตรงนี้เอง จึงฝัน


นอนหลับพักผ่อน

หัวใจเต้นช้าลง ช้าลง

ความฝันมาตามทันตรงนี้เอง

..จึงฝัน

ความตายไม่บิน

วิ่งออกกำลังกาย

ผ่านที่ประจำบึงน้ำ

เคยมีแมลงปอบินมาทักอยู่ทุกวัน

วันนี้ เห็นแต่

จุดที่คล้ายแมลงปอตกตายบนพื้น

..ความตายไม่บิน

-- ฉันผ่านไปด้วยความเร็ว

ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน

เร็ว จนมองไม่เห็นความตาย

แต่ไม่เร็วพอจะหนีพ้นความคิดถึง

..แมลงปอ

โลกฝันระเหยหายไปอย่างไร


.. หมดเวลาฝันแล้ว

ชีวิตนี้เป็นชีวิตที่เหลืออยู่

คงจะเจ็บปวดบ้างในความเป็นจริง

เพราะอยู่ในฝันมานานไป

จนไม่รู้ว่าดอกไม้ในโลกจริงมีหนาม

-- คงได้แต่เขียนบทกวีไว้อาลัย

ว่าโลกฝันระเหยหายไปอย่างไร

และตาของเรา..

ยังมองหามัน ตอนมันค่อยหายไป

ยืมยิ้ม

ฉันทำรอยยิ้มของฉันหายไป เมื่อวานนี้

ขอยืมเธอมาเป็นยิ้มของฉัน

เวลาที่เธอมองโลกแล้วยิ้ม

-- แม้ไม่ได้ยิ้มเอง

..เห็นเธอยิ้มก็เป็นสุขใจ

ไม่สู้ดอกไม้ในฝันได้เลย


เดินไปที่ต้นไม้

ต้นที่ออกดอกเมื่อสองเดือนก่อน

อารมณ์ของเมื่อสองเดือนก่อน ก็เดินมาถึงฉัน

ไม่บอกว่าตอนนี้ ยังมีดอกไหม

-- กลิ่นดอกไม้บางกลิ่น

ไม่เคยจากจางจากความทรงจำ

ดอกไม้มีจริงใดๆ

ไม่สู้ดอกไม้ในฝันได้เลย

สวยงามในความชรา

รถเมล์ยามเช้าวิ่งผ่านผู้คน

มีคุณยายนั่งอยู่ที่ม้านั่งป้ายรถเมล์ ป้ายหนึ่ง

คอยโบกมือทักทายคนขับรถเมล์

คุณยายนั่งอยู่ตรงนั้นทุกเช้า หลังงองุ้ม

โบกมือให้คนขับรถเมล์ทุกครั้ง

แต่ยกมือโบกก็ลำบาก

สวยงามในความชรา

สวยงามสงบเหมือนไลเค็นเกาะนิ่งๆ

แนบกับลำต้นไม้ยืนต้น

-- อยากเห็นยายที่เดิม

อยากเห็นเหมือนที่ยังเห็น

อยากเห็นเหมือนที่ไลเค็นเห็น

อยากเห็นยายทุกๆวัน

เพราะหากวันไหนไม่เห็น

คงจะ..

เงา

เดินโลกวันนี้

เงาของฉัน

ชัดกว่าตัวฉัน

เธอร้องไห้อยู่ในโลกฝัน

เธอร้องไห้ สะอึกสะอื้น

จนหัวไหล่สะท้านเหมือนลูกนกตกรัง

แต่เธอร้องไห้อยู่ในฝัน

-- ฉันอยากจะเอื้อมมือไปปลอบโยน

ให้หยุดร้องไห้

ให้หัวไหล่ไหวสะทกนั้น หยุดสงบ

-- แต่จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร

เมื่อเธอร้องไห้อยู่ในโลกฝัน

แต่ฉันอยู่ในโลกจริง

จะเอื้อมมือจากโลกจริง

ไปปลอบประโลมในโลกฝันได้อย่างไร..

ความเงียบโลดเต้น


คนหลับไปแล้ว

ความง่วงก็หลับไปแล้ว

ความเงียบเลยโลดเต้น

.. แล้วมันก็ยิ่งเงียบ

เอาตุ๊กตาไปวางไว้ตามที่ต่างๆ

การมีชีวิตของฉัน

คือการเอาตุ๊กตาไปวางไว้ตามที่ต่างๆ

และดูว่าใครจะเก็บไปไหม


(.. อันใดคือตุ๊กตา)

มีความคิดถึง จึงมีตัวตน


ฟ้ากว้าง ..ว่าง

มีเมฆ ..แปลก.. ฟ้ากลับดูกว้างกว่าเดิม

ฟ้ากว้าง ..จึงรู้สึกว่าคนอยู่ไกลกันเหลือเกิน

ไกลเฉยๆ ..ไม่ไกลเท่าฟ้ากั้น

-- ความคิดถึง ..กว้าง ..ว่าง

มีความไกลจึงคิดถึงมาก ยิ่งมาก

.. มีความคิดถึง จึงมีตัวตน

กล่องของขวัญอยู่ไหน

เปิดกล่องของขวัญสิ

ในนั้นมีคำหวาน

บอกเป็นห่วง บอกคิดถึง บอกรัก

ทุกวันไม่คลายจางหวาน

-- เธอาจสงสัยว่า

กล่องของขวัญอยู่ไหน

-- ไม่ต้องหาที่ไหนไกล

มันคือใจเธอ

เปิดกล่องของขวัญสิ

สวยงามปานบึงน้ำใหญ่

บึงน้ำกว้างใหญ่

แต่นกบางนกไม่อาจดื่มกิน

ได้เพียงแต่เล็มกินน้ำค้าง

อย่างแสนลำบาก

-- ความลำบากช่างแสนงาม

งามปานบึงน้ำใหญ่

ใบไม้แห้ง สวยทุกใบ

เดินผ่านใบไม้แห้ง ต้องหยุดเดิน หยุดดู

ใบไม้แห้งสวยทุกใบ

มันมิได้ตายแค่หลุดต้น หยุดโต

มันยังโตต่อได้ในความตายของมัน

-- และสวนนี้มีใบไม้แห้งหมื่น แสนใบ

ผมตะลึงงันในความงามท่วมท้น

ยังมีใบไม้อีกเป็นแสน ล้านใบ บนต้น

รอจะร่วง

รอจะงาม

-- การมีชีวิตสร้างความงามไม่รู้จบ

การมีชีวิตช่างแสนงาม

.. แม้ดูจากความตาย

เธอเพียงจากไปเพื่อฝัน อันแสนนาน

เธอมิได้ตายจากเรา

เธอเพียงจากไปเพื่อฝัน

เป็นฝันอันยาวนาน

-- จนไม่จำเป็นต้องใช้ร่างกายนี้อีก

แล้วเราจะพบกันในฝัน

เพื่อฝันอันแสนนาน

โลก ชีวิต และการเรียนรู้

โลก ชีวิต และการเรียนรู้ เป็นเรื่องแปลก

บางครั้ง คนตาบอดสอนเราให้มอง

บางครั้ง คนขาพิการสอนเราให้ลุกเดิน

บางครั้ง คนหูหนวกสอนให้เราฟัง

-- กระทั่ง คนตายสอนให้เรามีชีวิต

เหมือนเราไม่เคย ดู เดิน ฟัง ..มีชีวิต มาก่อน

จะผูกก้อนหินไว้กับก้อนเมฆ


วลี ; จะผูกก้อนหินไว้กับก้อนเมฆ

คนฟังแล้วบอก เป็นไปไม่ได้

คนนึกถึงความเป็นไปไม่ได้

-- ผมนึกถึงเชือกโยง

ว่ามันต้องเป็นเชือกอย่างไร

จึงจะผูกก้อนหินไว้กับเมฆได้

อดไม่ได้ ที่จะหันไปมองคนข้างๆ

เวลาเรามอง พระอาทิตย์ขึ้น

สวย ดวงกลมแดง

เราอดไม่ได้

ที่จะหันไปมองคนข้างๆ

-- เพื่อจะชวนดูสวย

หรือเพราะเรามองดูความสวยอีกสิ่ง

ที่เป็นการสะท้อนความสวยงามด้วยแสงสวย

หรือเรามองทะลุความงามที่ส่องสะท้อน

ไปเห็นงามอีกที่อยู่เบื้องหลังความงามฉาบทา

ในชีวิตมีความตาย ในความตายมีชีวิต

ถาม ; ความตายคืออะไร

คนที่เรารักตายจากไป

แต่ยังมีชีวิตอยู่ในเรา

เช่นนี้หรือ.. คือตายจากไป

-- ความตายตอบ

ในชีวิตมีความตาย

ในความตายมีชีวิต

สรรพสิ่งมักมิได้เป็น อย่างที่เราเห็น

สรรพสิ่งมักมิได้เป็น อย่างที่เราเห็น

มีดอกไม้สามดอกในแจกันใส

สูง กลาง ต่ำ นำสายตา

หมุนเวียนจับจ้อง สูง กลาง ต่ำ

ในสามเหลี่ยมไม่รู้จบ

-- ยังไม่สวยเท่าความใส

ของโค้งแจกันใส่น้ำใส

จุดตัดกันของสามก้านที่เห็น

หยุดสายตา

-- สวยสมบูรณ์ด้วยเรื่องราว

ของการแย่งชิงสายตา

ที่ไม่รู้จบในตอนนี้ คือความสวยงาม

รู้ว่าที่โล่งนั้นมีลม


ในอากาศนั่น

รู้ว่าที่โล่งนั้น มีลม

แต่เมื่อไม่มีอะไรปลิว อะไรไหว

จะรู้ได้อย่างไรว่ามีลม

- จึงเอาใจใส่เข้าไป

ให้ใจไกว ให้ใจไหวไป

ให้รู้ว่าที่โล่งนั้น มีลม

ชีวิตที่ขึ้นรถเมล์ กับไม่ได้ขึ้นรถเมล์ ต่างกัน

ชีวิตฉัน วันที่ขึ้นรถเมล์

กับชีวิตวันที่ไม่ได้ใช้รถเมล์

ไม่เหมือนกัน

-- มันมีรายละเอียดต่างกันนิดเดียว

ของการครองโลก

และการหมุนตามโลก

แต่ก็ยังอยู่บนโลกเดียวกัน

..เขียนบทกวีต่างกันไป

พรุ่งนี้ล้านวัน


พรุ่งนี้ วันหน้าสักล้านวัน

คงไม่เท่าวันนี้วันเดียวได้ดอก

เพราะถ้าไม่มีวันนี้

พรุ่งนี้อีกล้านวันก็ไม่อาจมี

.. คิดอีกที

เมื่อวานก็เพิ่งผ่านไป

คนบ้า

คนบ้า ทำท่าแปลกๆ

ทีแรก ก็นึกตลก

พอวก มาคิดอีกที

คงมี คงต้องมีบางสิ่ง

ลึกๆ ในใจคนบ้า

ที่น่า จะทำให้เป็นไป

ดาวตก

ร้อนและเร็ว เกินกว่าจะไขว่คว้า

น่ารัก เกินกว่าจะซื้อหาได้

มีเพียงไว้เพื่ออธิษฐาน

และจากไป ชั่วนิรันดร์

ใจชาย พเนจร

ลมหนาว ขับดันลมร้อน

ชายพเนจร ขับดันหัวใจ

ขับให้ ท่องไปไม่หยุด

ถ้าหยุด.. ต้องหยุดหัวใจ

ดอกไม้ยังคงเป็นดอกไม้


ไม่ว่าโลกภายนอกจะวุ่นวายสักปานใด

..เกิดสงคราม

..เกิดจราจล

.. ฯลฯ

แต่ดอกไม้ยังคงบาน

ยังให้ความสดชื่นแก่ผู้พบเห็น

แม้ดอกไม้จะเปื้อนเลือด

เปรอะคราบน้ำตา

-- ดอกไม้ยังคงเป็นดอกไม้

ดอกไม้ที่ชื่นบาน

เวลากับคุณค่า

บางครั้ง เวลาทำให้บางอย่างมีค่า

แต่บางครั้ง เวลาก็ทำให้บางอย่างหมดค่า

..แต่อย่างน้อยที่สุดแล้ว

เวลาทำให้คนมีค่า

ประตู

ประตูอยู่ตรงหน้า

ประตูมีอยู่

แต่ความสามารถเปิดประตูมีไหม

.. วัวตัวใหญ่ห้าร้อยกิโล

กำลังมหาศาล

ลากเกวียนหนักพันกิโล

ต่างของหนักสองร้อยกิโล

แต่สลักกลอนหนักเพียงหนึ่งขีด

กลับไม่รู้จักยกขึ้นได้

เพื่อไปสู่อิสรภาพ

จำเลยรัก

ศาลรักพิพากษา..

คดีวิวาห์ 25/2552

มีคู่บ่าวสาวเป็นจำเลยที่หนึ่งและจำเลยที่สอง

ทั้งสองถูกฟ้องว่าเป็นคนรัก

และได้พิสูจน์ตามกระบวนการแล้ว

ว่าจริงตามข้อกล่าวหา

-- ศาลแห่งนี้ จึงได้พิพากษาให้

จองจำเจ้าบ่าวไว้กับเจ้าสาว

จองจำเจ้าสาวไว้กับเจ้าบ่าว

พร้อมด้วยตีตรวนรักเข้าไว้ด้วยกัน

จนกว่าจะถึงแก่ชีวิต

แม่จ๋า พับนกให้หนูหน่อย

แม่จ๋า! พับนกให้หนูหน่อย..

แม่พับส่งให้

แล้วหนูน้อยก็ปล่อยนก ลอยไปตามสายลม

ตัวแล้วตัวเล่า

หลายปีผ่านไป

จนนกเต็มท้องฟ้า

-- ท้องฟ้าของลูกแน่นขนัดไปด้วยนก

ลูกก็ยังขอให้แม่พับนกให้

แม่ก็ยังพับให้

ไม่เคยถาม.. ไม่เคยหยุด..

เช่นเดียวกับความรักของแม่

ความมืด แสงตะวัน


พบแสงสว่างกลางวัน ทุกวัน

แต่ฉันก็ยังไม่อาจเข้าใจแสงสว่าง

-- อาจบางที

มีแต่ความมืด

ที่รู้ว่าแสงตะวันคืออะไร

ยอมแพ้ พ่ายแพ้


การยอมแพ้

เจ็บปวดกว่าการพ่ายแพ้

-- เพราะในการพ่ายแพ้นั้น

เราได้สู้สุดฝีมือแล้ว

.. แต่วันนี้

ฉันยอมแพ้แก่หัวใจ

โดยไม่อาจสู้อะไรได้เลย

เม็ดทรายต่ำต้อย

ต่ำต้อยเหมือนเม็ดทราย..

มีไว้ให้เหยียบย่ำ

ต่ำกว่าใต้เท้า

-- หากไม่ดูให้ดี

ที่หัว มีทรายติดอยู่

ต้นหญ้าใต้ก้อนอิฐ

ก้อนอิฐทับต้นหญ้าอยู่

มิอาจงอกเงย

ทั้งไม่มีพลังจะยกอิฐผลักไปข้างๆ

-- อย่าประมาทในการประเมินพลังของชีวิต

ขอมีเแสงเพียงน้อยนิด

บวกกับเวลาอีกหน่อย

หญ้าจะเติบโต แทงทะลุอิฐ

จนอิฐที่เคยทับหญ้าแตกครึ่ง

..จะจากไปแล้ว..

.. จะจากไปแล้ว..

คำนี้ยังบาดใจกว่า ..จากไปแล้ว.. อีก


-- จากไปแล้ว.. ยังมีความคิดถึงเป็นรางวัล

ยังมีหวังว่าวินาทีจะดีขึ้น

ด้วยความหวัง จะได้พบหน้า

เหมือนฉันใกล้เธอเข้าไปทุกที


.. จะจากไปแล้ว.. มีแต่ความอาลัย

ความอาลัยที่วินาทีมีแต่จะร้ายขึ้น

ยังมีเธอมีฉัน แต่มีการจากลา คั่นกลางให้ห่างกัน

ภาพสะท้อน ขอบฟ้า

จากภาพสะท้อน ของแผ่นฟ้าบนแผ่นน้ำ

-- มันดูเหมือนโลกไร้แผ่นดิน

มีเส้นเดียวบางๆขีดอยู่

อย่าลบออกได้ไหม

โลกจะได้มีแผ่นดิน

.. มีขอบฟ้า

ไกล แต่ คือมีแผ่นดิน

ดอกบัว กับ อดีต

ดอกบัวเป็นได้ดีที่สุด เพียงดอกบัวที่สวยงาม

ดอกบัวจะเป็นดอกไม้อื่นใดไปมิได้ดอก

...

อดีต เป็นได้ดีที่สุด แค่อดีตอันแสนหวาน

อดีตจะกลับเป็นปัจจุบัน หรืออนาคต มิได้ดอก

มุมมอง


สำหรับฉันแล้ว มีสองมุมจะให้มอง

มุมขาว กับ มุมดำ

-- ถ้าใครอยากจะชอบฉันให้มองมุมขาว

ถ้าใครอยากจะเกลียดฉันก็ให้มองมุมดำ

-- ถ้าใครอยากมองตามความจริง

ก็ให้มองสองมุมประกอบกัน

ภูเขามีชีวิต

ภูเขามีชีวิตหรือเปล่า

ภูเขามีชีวิตที่อาจเชื่องช้า จนเราไม่อาจรับรู้

เหมือนแบคทีเรียบนร่างเรา ไม่รับรู้ว่าเรามีชีวิต


-- ใช้ชีวิตช้า-ช้า บนภูเขา

เพื่อรับรู้ว่าภูเขามีชีวิต


..ภูเขาไม่เพียงมีชีวิต

ภูเขายังร้องไห้ด้วย..

แผ่นฟ้า ผืนดิน และ น้ำ

ฟ้ากว้าง..

จนฉันมองเห็นแต่อิสระ

ต่างกับดินที่จำกัด ถูกจองจำ

ต่างจากน้ำที่กักขังตัวเอง ในขอบเขต


-- เผลอตัวเพียงชั่วครู่ ..ฝนตก

แผ่นดิน แผ่นฟ้า และน้ำ

สัมพันธ์กันอย่างอัศจรรย์

ไม่มีสิ่งใดถูกจำขัง

เคลื่อนไหว และ สัมพันธ์


..อิสระ เป็นเช่นนี้เอง

เก็บรักจากท้องฟ้า

อยากจะนำความรัก มาจากท้องฟ้า

มาไว้ในใจทุกๆคน

มาไว้กับที่ ที่จะเก็บมันดีที่สุด

ขาดจันทร์ ฉันยังมีดาว


ไม่ว่าอย่างไร ฉันก็ไม่ไร้เพื่อน


แม้ขาดจันทร์ ฉันยังมีดาว

แม้ขาดฝน แต่ฉันก็ยังมีฟ้า

แม้กระทั่งขาดเธอ ฉันก็ยังมีฉันเอง


.. นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่ร้องไห้

แม้หนทางจะยาวไกล

แม้หนทางจะยาวไกล

เดินก้าวหนึ่งก็ใกล้เข้าก้าวหนึ่ง

ด้วยความพยายามที่ไม่สิ้นสุด

-- นับประสาอะไรกับเส้นทาง

ที่สิ้นสุดได้ ไม่ยาวกว่าเดิม

ความเรียงหนึ่งบรรทัด

ความเรียงหนึ่งบรรทัด

ผูกภาพที่เห็นตามรายทางชีวิต

คิดเป็นนิยายกระพร่องกระแพร่ง

-------

เธอแน่ใจได้ ความรักจะไม่หายระหว่างทาง

รอยยิ้มนั้นจะช่วยคลายทุกข์

ความฝันของฉัน มีสิ่งที่ฉันไม่เคยรู้จักด้วย

หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป เหลือเพียงเรื่องหลังให้คำนึง

จดหมายของเขา เขียนเรียงได้เหมือนอย่างบทกวีที่สวย

ถ้ากินกลิ่นไม่ทัน ก็หันไปโทษลม

เด็กผู้หญิงจูงตุ๊กตา เดินทางไปทั่วโลก

ถ้าอยากจะหัวเราะ ก็เพียงหันหน้ามาหาเรา

หนึ่งนาที

อนาคตหนึ่งนาทีข้างหน้า กับอดีตหนึ่งนาทีข้างหลัง

ห่างหนึ่งหน่วยนาทีเท่ากัน

แต่หนึ่งหน่วยไม่เท่ากัน

...

อนาคตอีกหนึ่งนาทีเดี๋ยวก็มา แทบไม่ต้องรอ

แต่อดีตหนึ่งนาที ..กลับห่างออกไปไม่มีวันกลับ

เป็นแค่ดาวดวงเล็กๆ

เป็นแค่ดาวดวงเล็กๆ

ในหนังสือ "เจ้าชายน้อย"

ไม่มีใครจดจำ

เป็นแค่แสงวิบๆ วอมๆ..

นักยิ้ม ที่สามารถ

-- นักวาดภาพที่สามารถ

วาดภาพไว้ภาพหนึ่ง

คนที่หยุดดู

เกิดภาพในใจนับร้อย


-- นักดนตรีที่สามารถ

เล่นดนตรีไม่กี่โน๊ตแล้วเงียบเสียง

คนฟัง ได้ยินเพลงติดหูไปตลอดวัน


-- นักเขียนที่สามารถ

ทำให้คนผู้อ่านเกิดเรื่องต่อเนื่อง

เป็นเรื่องในใจคนอ่านได้ไม่รู้จบ


-- เธอคงจะเป็นนักยิ้ม ..ที่แสนสามารถ

แค่เพียงนึกภาพเธอยิ้ม จากที่เคยเห็น

ฉันก็ยิ้มตามไปด้วยทุกครั้ง


-- ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็นคนรักที่สามารถ

เธอทำให้ฉัน วาดภาพ ฮัมเพลง

เขียนบทกวี ..และยิ้ม

ไม่สุดไม่มีสิ้น

เคยชินกับความเคยชิน


เราเคยชิน กับความเคยชิน


-- จะตกใจแค่ไหน

ถ้าวันพฤหัสผ่านไป

.. แล้วกลายเป็นวันเสาร์

ฤดูร้อน

แมลงเม่าบินว่อนหน้าร้อน

แต่แมลงเม่า หายไปไหนในหน้าหนาว

หรือแมลงเม่าหายไป

กับความใส่ใจของคน


-- เมื่อห่างเธอมา

ฤดูร้อน มิใช่ฤดูร้อน

เป็นเพียงวันร้อนช่วงหนึ่ง

..ที่คิดถึงเธอ

เป็นการคิดถึงเธอ ในอากาศร้อน


-- หิ่งห้อยบิน กระพริบวิบๆ

ส่องแสงระยิบ ๆ

อยู่เต็มหน้าร้อนตอนเย็น

ต้นดอกไม้หอม

-- ซื้อต้นดอกไม้หอมมากระถางหนึ่ง

หอมเข้าไปถึงในใจ

หอมจนจำหอมได้

หอมทุกครั้งที่นึก


-- หอมละเอียดเข้ามาถึงในความทรงจำ สำนึก

เช่นนี้จึงนับว่า

เป็นเจ้าของต้นดอกไม้

การซื้อขายนั้นหยาบ ไม่นับได้


-- เป็นเจ้าของต้นดอกไม้

พอๆกับที่ต้นดอกไม้นั้น

เป็นเจ้าของฉันเช่นกัน..

ชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก


ชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก

-- รดน้ำบ้าง ได้แสง

ต้นไม้ก็เติบโต ผลิใบ

ถึงฤดูกาลก็ออกดอก

-- ส่วนที่ยากของชีวิต

หรือที่เราให้ชีวิตยากคือ

เห็นดอกไม้สวยแล้ว อยากดูอีก

คิดถึงดอกไม้ ในยามฤดูที่ไม่มีดอก

-- คิดให้ยาก ก็ยาก

โลกคือนาฬิกาเรือนใหญ่

โลกคือนาฬิกา เรือนใหญ่

ไม่มีใครเป็นผู้สร้าง

ไม่มีเข็มสั้น เข็มยาว

ไม่มีหน้าปัทม์

-- แต่มีเวลา

จะบอกโลกได้อย่างไร.. ว่าคุณเหงา

.. มีไวโอลินอยู่ในมือคันเดียว

คุณจะบอกโลกได้อย่างไร ..ว่าคุณเหงา

และคุณเล่นไวโอลินไม่เป็น




-- คุณ จะ บอก โลก ได้ อย่าง ไร ว่า คุณ เหงา --

เชลโล่ ความคิดถึง

ความคิดถึงของฉันมันซับซ้อน

...

มิใช่แค่

นักเชลโล่ คิดถึงเชลโล่ของเขา

มิใช่แค่

นักเชลโล่ ได้เล่นเพลงจากเชลโล่ของเขา

มิใช่แค่

นักเชลโล่ ได้เล่นเพลงจากเชลโล่ของเขา

หลังจากไม่ได้เล่นมายี่สิบปี

แต่เป็น

นักเชลโล่ ไม่ได้เล่นมายี่สิบปี ได้เล่นอีกครั้ง


จบ และ ยิ้ม


-- รอยยิ้มนั้นเอง ที่เปรียบได้กับความคิดถึงของฉัน

ต้นสนบางต้น โค้งค้อมลงเป็นพิเศษ

ต้นสนบางต้น

โค้งค้อมลงเป็นพิเศษ

คนทั่วไป มองเป็นความผิดปกติ

-- ต้องใช้ใจที่โค้งค้อมลงมอง

จึงจะเห็นว่า ..ไม่ใช่โค้งผิดปกติ

แต่โค้งเป็นพิเศษ

เข่ง กับ คน

เข่งหนึ่งใบ..


ยังน่าสนใจกว่าคนหนึ่งคน

เพราะคนอาจไม่ประกอบด้วยเข่ง

แต่เข่งอย่างไร ต้องประกอบด้วยคน


.. แถมยังมีอีกเข่ง

บินขั้วโลก

บินจากขั้วโลกเหนือ บ่ายหน้าขั้วโลกใต้

ผ่านโลก ผ่านความจริง

ยังไม่ถึงความตาย

จึงสุดท้ายที่ขั้วโลกใต้

...

ผ่านโลก ผ่านความจริง ไม่ผ่านความตาย

ไปไหนก็ได้

ดอกไม้ที่ถูกเหยียบจนบี้แบน

ดอกไม้ดอกหนึ่ง หล่นอยู่บนลานนี้ ..บี้แบน


คนเหยียบ ช่างไม่เห็นความสำคัญของดอกไม้

อย่างใดเลย...


...


ดอกไม้ กว่าจะเป็นดอกไม้ได้

เสียเวลามากมาย, เสียดายวัตถุดิบ ปรุง

เสียความตั้งใจ, เสียแรงทุ่มเทไป

เสียดายธรรมชาติ ธรรมชาติแห่งปรากฏการณ์

...


เสียดายสายตา..

การรับรู้ถึงความสวยงามของผู้เหยียบ

ที่เหยียบลงบนความสวยงามได้

มิหนำซ้ำย่ำเหยียบย่ำยีจนบี้แบน

...


แต่ก็เถอะนะ

.. ความเสียดายในดอกไม้หนึ่งดอก

ของสายตาใครๆ หลายร้อยสาย



ช่างสวยงามได้ไม่แพ้ ..ดอกไม้

เบ่งบานตระการทั่วลานกว้าง

สายตาที่เห็นสวย.. เสียดายดอกไม้


เศร้าสร้อย ..แต่ ..แสนสวย

เจ็บอะไร

ฉัน จะ หาย เจ็บ


ถ้าฉันลืมไปว่าเจ็บอะไร


แม้รู้ว่า เจ็บ เพราะ อะ ไร


เจ็บ เพราะ ใคร


และ เจ็บ มาก อย่าง ไร ..



แล้วถ้าฉันไม่ลืมว่าเจ็บอะไร


ฉันจะหายเจ็บได้ไหม


.. ขอ ฉัน หาย เจ็บ ได้ ไหม

ความคิด - เห็น


ความคิด..

ความคิดเป็นเพียงสิ่งที่มองไม่เห็น

...


แต่จากความคิด ที่มองไม่เห็น


ฉันมีความคิดเห็นว่า ..


จะทำอย่างไร ให้คนเห็นในความคิดของฉันได้

เช่นนั้นฉันใด ฉันจะได้เห็นเช่นในความคิดผู้คน


.. ที่มองไม่เห็น

ขายืน

ขาทำให้ฉันยืน

แต่จิตใจต่างห่างเล่า ที่ทำให้ขายืน

แล้วอะไรล่ะ

ทำให้จิตใจฉันยืน

ไม่มีเวลาจะเสียแล้ว

ไม่มีคำว่า "เสียเวลา" แล้ว

ฉันเสียเวลา จนไม่เหลือเวลาให้เสียแล้ว


เวลาเปล่าประโยชน์ ที่ให้เธอ คือเวลาทั้งชีวิต

เธอไม่รับ แต่ฉันก็เอาคืนไม่ได้


เรื่องก็จบลงแค่ที่ว่า

ไม่มีเวลาจะเสียแล้ว

ไม่มีคำว่า "เสียเวลา" แล้ว

ฝันฉันฝันฉันฝัน

ในฝันฉันฝัน

ช่วยแมวสีขาวที่เปื้อนเลือดสีแดงเป็นด่างดวง

แมวสีขาว ที่เกิดขึ้นมาจาก รถชนเด็กหญิง

ฉันช่วยจนสุดความสามารถ

แต่ผู้รับไม่เต็มใจ จึงไม่สามารถ

...

เธออาจปรารถนาจะตาย

แต่ก็กลัวภัยจากแมวข้างถนนนั้น

...

เธอตกลงไปในอ่างล้างหน้า

แล้วเธอก็ตื่น

มันเป็นความน่ากลัวที่ยิ่งใหญ่

ทุกวัน ฉันต้องมีผู้ร่วมชะตากรรมมากมาย

เล่นเกมส์ที่ไม่สิ้นสุด และจะไม่มีวันสิ้นสุด

ฉันควรจะรู้ แต่ฉันเพิ่งรู้

ฉันไม่ควรกลัวมัน แต่ฉันก็กลัว

- มันเป็นความกลัว ความน่ากลัวที่ยิ่งใหญ่

มันยาวนาน มันไม่ตาย

- ก็คงเพราะไม่มีใตครกล้าฆ่ามัน

ใช่ ! ฉันกลัวมัน แต่ฉันก็เกลียดมัน

ฉันจะเริ่มแล้ว

ฉันจะเริ่มฆ่ามัน ช้า - ช้า

ขณะเดียวกันที่มันกำลังกินฉัน ช้า - ช้า เช่นกัน

ชมดูน้ำค้าง

ใครก็พูด

ใครก็บอกว่าน้ำค้างสวย

ทุกคนที่ชมดูอยู่ ทุกคนมีความสุข

สุขที่ได้ชมดู

สุขที่ได้มีน้ำค้างให้ชมดู


- แล้วก็คงหมดสุข

หากไม่มีน้ำค้างให้ชมดู


- แล้วคุณไม่อยากเก็บน้ำค้างไว้ชมดูหรือ

แล้วคุณ ไม่อยากมีความสุขหรือ

พูดง่ายๆเหมือนเด็กพูดกัน

ถ้าจะพูด

มันก็ง่ายเหมือนที่เด็กรู้จักคิดพูดกัน

พูดว่า "อเมริกา ทำลายระเบิดนิวเคลียร์ทิ้งหมด

รัสเซีย ทำลายระเบิดนิวเคลียร์ทิ้งหมด

และทุกๆประเทศทั่วโลก ทำลายระเบิดนิวเคลียร์หมดไป"


- แล้วทั้งสองประเทศก็รักกัน

แล้วทุกๆประเทศก็รักกัน


- มันเป็นเรื่องที่ทำได้จริง

มันไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

- แต่ทำไม เป็นเรื่องที่เป็นจริงไม่ได้

ทำไมจึงเป็นไปได้ แค่คำพูดของเด็กๆ

วงกลม - สี่เหลี่ยม

วงกลม

เป็นวงกลมได้ดีกว่า

ภายในสี่เหลี่ยมจตุรัส